"เวลามาตรฐานประเทศไทย"

     ประวัติของการเทียบเวลามาตรฐานในประเทศไทยนั้น ต้องนับย้อนไปในปี  พ.ศ.2446   ทางราชการได้มอบให้กองแผนที่ทะเล กรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีหน้าที่ตรวจสอบและรักษาเวลามาตรฐาน ซึ่งวิธีการในการตรวจสอบเวลาเพื่อรักษาเวลามาตรฐานที่ถูกต้องนั้น สอดคล้องกับงานของกองทัพเรือ ซึ่งก็คือ การตรวจสอบด้วยวิธีทางดาราศาสตร์

     ในสมัยโบราณนั้น การเดินเรือในเวลากลางคืนนั้น จะอาศัยการดูดาวเพื่อนำทาง และรักษาตำแหน่งของเรือไม่ให้หลงเส้นทาง (สมัยนี้ก็ยังต้องเรียนวิชาเดินเรือดาราศาสตร์อยู่) โดยอาศัยเครื่องมือต่าง ๆ และความรู้ทางดาราศาสตร์ ดังนั้นทหารเรือจึงมีความเชี่ยวชาญในเรื่องดาราศาสตร์เป็นพิเศษ เพราะเป็นวิชาทำมาหากินที่จำเป็นมาก ๆ เลยทีเดียว

     ด้วยเหตุนี้นี่เอง ทางราชการจึงได้ให้ความไว้วางใจแก่ทหารเรือ ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทย เพราะเวลาที่ถูกต้องบนโลก จะต้องหาด้วยการวัดและตรวจสอบการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์จำนวนหลายดวง ที่เคลื่อนที่ผ่านเมอริเดียน หรือลองจิจูด ของผู้ตรวจ ณ ตำบลที่ที่แน่นอน  (ไว้โอกาสหน้าจะมาอธิบายนะครับว่า  เมอริเดียน คืออะไร ตอนนี้เอาง่าย ๆ ไปก่อนว่า เมอริเดียน คือเส้นอ้างอิงเส้นหนึ่งที่สมมติขึ้น มีตำแหน่งอยู่บนท้องฟ้า เหนือโลก ส่วน ลองจิจูด ก็คือ เส้นแวง หรือเส้นที่แบ่งโลกออกเป็นส่วน ๆ ในแนวตั้ง)

     เมื่อได้ค่าที่คำนวณได้จากการวัดดาวแล้ว ก็จะนำค่านั้นมาหาค่าอัตราผิดของนาฬิกามาตรฐาน และนำมาปรับแก้นาฬิกามาตรฐานให้มีความถูกต้องตามธรรมชาติ (นาฬิกาเป็นเครื่องมือกลที่จะแบ่งเวลาในหนึ่งวันออกเป็นช่วงเวลาเท่า ๆ กัน แต่เวลาที่แท้จริงบนโลกในแต่ละวันนั้น มันไม่เท่ากัน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับแก้เวลาให้ถูกต้องอยู่เสมอนั่นเอง)

     ในการนี้ ก็จะใช้กล้องโทรทัศน์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศเยอรมัน ทำการตรวจวัดดาวต่าง ๆ ที่โคจรผ่านเมอริเดียน ทุกวัน บริเวณกลางสนามหญ้า หน้าท้องพระโรง ในเขตพระราชวังเดิม ต่อมาได้ย้ายมาดำเนินการตรวจวัดบริเวณหลังคาตึกกรมอุทกศาสตร์  โดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทกศาสตร์เอง และก็ยังได้ครูชาวฝรั่งมาสอนการแก้ นาฬิกาโครโนเมตร (Chronometer) ซึ่งในสมัยนั้น นาฬิกาโครโนเมตร ถือว่าเป็นนาฬิกามาตรฐานที่มีความเที่ยงตรงมากที่สุดในโลก ในสมัยนั้น ใครจะเทียบเวลาก็ต้องหิ้วนาฬิกาจากบ้านมาเทียบเวลากันที่กรมอุทกศาสตร์ ไม่มีการกระจายเสียงเหมือนสมัยนี้ครับ ซี่งรวมถึงเรือต่าง ๆก็จะต้องนำนาฬิกาโครโนเมตรที่มีประจำเรือไปเทียบเวลาที่นี่ด้วย


นาฬิกาโครโนเมตร ประจำเรือ

     ต่อมา เมื่อเทคโนโลยีก้าวไกลขึ้นนาฬิกาที่เที่ยงตรง แม่นยำกว่า ก็ถือกำเนิดขึ้น เรียกว่า นาฬิกาปรมาณู หรือ นาฬิกาอะตอม (Atomic Clock)  เป็นนาฬิกาที่ใช้ความถี่ของคลื่นที่ผลิตออกมาจากธาตุปรมาณู เช่น ธาตุไฮโดรเจน ซีเซียม ควอร์ท หรือรูบิเดียม มาควบคุมนาฬิกา โดยทำให้นาฬิกามีอัตราผิดลดลงเหลือแค่ 1 ในล้านวินาทีต่อวัน  ซึ่งนาฬิกาปรมาณูเครื่องแรกที่ กรมอุทกศาสตร์ เลือกใช้นั้น เป็นเครื่องที่ผลิตความถี่หลักมาจากธาตุรูบิเดียม 87 และต่อมาจึงได้ใช้เครื่องที่ผลิตความถี่มาตรฐานจากธาตุ ซีเซียม 133 เนื่องจากเป็นธาตุที่นานาประเทศนิยมใช้


นาฬิกาอะตอม


การทำงานของนาฬิกาอะตอม

     และในปัจจุบันนี้ เราสามารถเทียบเวลามาตรฐานของประเทศไทยได้ตลอดเวลา ผ่านหมายเลยโทรศัพท์ 181 และจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของทหารเรือ ซึ่งจะมีการเทียบเวลาแทบจะทุกชั่วโมง และอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งทันสมัยมากขึ้น ก็คือการเทียบเวลาทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ http://www.navy.mi.th/hydro/time/

 

ข้อมูลจาก http://zedth.exteen.com/20060315/entry#