จอมพลสอนทหาร


สำหรับผู้เป็นนายคน เพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน นำไปปฏิบัติ
    ๑.ผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่  อย่าเป็นคนหูเบา  แต่ก็มิใช่เป็นคนหูหนวก  ตาบอดต้องฟัง  ต้องดูอย่างกว้างที่สุดอยู่เสมอแต่อย่าเชื่อคนสอพลอ  หรือเชื่อคนพูดก่อนและฟ้องก่อน  เพราะตนพูดภายหลังอาจพูดจริงกว่าคนที่พูดก่อนก็เป็นได้
    ๒. เมื่อมีความขุ่นข้องกับผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อย  เมื่อได้ว่ากล่าวลงโทษ  หรือตักเตือนแล้ว  จงอย่าจำเอาไว้ฆาตมาดร้ายภายหลังอีก
    ๓. ให้พยายามหาความดีความงามมาสู่คณะ  และปูนบำเหน็จกับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  และผู้น้อย  สำหรับผู้ที่สมควรจะได้รับตามโอกาสที่จักพึงหาได้นั้นอยู่เสมอ
    ๔. จงติโทษหรือลงโทษผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาในขณะที่ทำผิด  โดยไม่เกรงใจหรือกลัวเขาเกลียด  ให้เคร่งครัดอยู่เสมอจะละเลยเสียมิได้เป็นอันขาด  เพราะภายหลังจะกำเริบและแก้ไขยาก
    ๕. จงอย่าใช้อำนาจราชการลงโทษกับผู้ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาในขณะเมื่อตนบันดาลโทสะ  และอย่ากล่าวคำหยาบให้กระทบกระเทือนถึงวงศ์ตระกูล  เพราะผู้อื่นเขาก็มีจิตใจเป็นมนุษย์เหมือนเราเหมือนกัน
    ๖. จงบำรุงการสมาคม  และแสดงกิริยา  วาจา  ใจ  ให้เป็นการโอภาปราศรัย  โอบอ้อม  อารีจงทั่วหน้า  อย่าเลือกที่รักมักที่ชัง  ถือเป็นพวกเขาพวกเรา  ต้องแสดงตัวว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อยอยู่เสมอ
    ๗. บรรดาผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่ไม่ควรเอาบุตร  ภรรยา  ญาติมิตรของตนมายุ่งเกี่ยวข้องด้วยหน้าที่การราชการ  หรือเอางานอำนาจราชการไปใช้ในทางส่วนตัว  อำนาจราชการจะเสื่อมและเสียชื่อเสียงของตนเอง  ทั้งเป็นตัวอย่างอันชั่วร้ายด้วย
    ๘.บรรดาผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่ไม่ควรเอาประโยชน์ราชการมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวและเอาอำนาจราชการไปทำประโยชน์ส่วนตัว  หรือเอาเวลาทำราชการไปทำกิจส่วนตัวคืออย่าทำยุ่ง  ซึ่งอย่างที่เรียกว่า "เลี้ยงช้างก็กินขี้ช้าง"
    ๙. ในเวลาบังคับบัญชาการงาน  อย่าได้เป็นแก่หน้าบุคคลและญาติมิตร  และเห็นแก่สินจ้างสินบนเป็นอันขาด  ความตรงความจริงอย่างไร  ต้องกระทำไปดังนั้น  ความจริงเป็นของไม่ตาย  และมีค่าเป็นอันมาก  การพูดเท็จต้องเตรียมตัว  พูดจริงจะพูดเมื่อใดก็ได้เป็นคำไม่ตาย  และมีค่ามาก  การพูดเท็จต้องเตรียมตัว  พูดจริงจะพูดเมื่อใดก็ได้  เป็นคำไม่ตายแท้
    ๑๐. จงทำตัวอย่างอันดีให้ผู้น้อยหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเห็น  เช่น  มีความซื่อสัตย์ (ไม่โกง) ความกตัญญูกตเวที ความกล้าหาญความพากเพียรพยายาม ความละเอียดลออรอบคอบ ความละอายต่อความผิด ตลอดทั้งความประพฤติอันดีซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ในการสั่งสอนดีที่สุดกว่าใจของตนเองนั้นไม่ได้     ๑๑. อย่านึกว่าตนมีหน้าที่ (เป็นนาย) กดขี่บังคับบัญชาแต่อย่างเดียว  ต้องนึกว่าตนมีหน้าที่ร่วมสุข  ร่วมทุกข์  และต้องสอดส่องให้รู้สุขรู้ทุกข์ของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อยอยู่เสมอ  และอย่าชิงหลีกเลี่ยงหาความสุขส่วนตัว  เช่น ในเวลานำทหารไปทำการกรากแดดกรำฝน  บุกน้ำลงโคลนหรือฝ่าอันตรายทั้งปวง  อย่าหาโอกาสหลีกเลี่ยงแต่ส่วนตัว  ผู้น้อยหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะขาดความนับถือ
    ๑๒. ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่ซึ่งมีหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับทหาร  ถ้าเห็นทหารอดหลับอดนอน  เหน็ดเหนื่อยหรือขาดเสบียง  หรือประกอบอาหารยังไม่ทันสุก หรือมีกิจซึ่งจะทำการอย่างอื่นเสียก่อนจึงจะนอนพักผ่อน  หรือบริโภคอาหารได้  ตนเป็นนายอย่าหาโอกาสพักผ่อน  หรือบริโภคอาหารเสียก่อน  ต้องดูแลผู้น้อย  และผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  ทั้งสัตว์  ยานพาหนะ  ให้นอนพักผ่อนหรือบริโภคอาหารเสียก่อนตน  หรือนอนพักผ่อน  และบริโภคอาหารพร้อมกัน  จึงจะกระทำให้ผู้น้อย  และผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือ  และเห็นอกเห็นใจ


**************************************


จอมพลเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต  เสนาบดีกระทรวงกลาโหม   ๑๔ มกราคม  ๒๔๖๓