<< กลับหน้าแรก
 
หน้าแรก   สารบัญ
จงให้มรดกวิชาแก่ลูก
 

         มีพ่อแม่เป็นอันมาก ที่เคยลำบากมาก่อน ภายหลังพอมีกินมีใช้ก็เลยกลัวว่าลูกจะลำบาก จึงพยายามเก็บออมทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูก ถ้าเป็นสมัยก่อน 50 กว่าปีมาแล้ว ความคิดนี้ก็ถูกต้อง แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ถูกเสียแล้วเพราะสังคมมันเปลี่ยนไป

             แล้วจะให้อะไรแก่ลูกดีล่ะ ?

             ก็ให้ความรู้หรือวิชาสิ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ! วิชาความรู้และประสบการณ์เป็นมรดกชั้นเยี่ยมของลูก

             วิชาความรู้ ลูกอาจหาได้จากโรงเรียน สถานศึกษาและสำนักวิชาชีพต่างๆ ตลอดจนการแนะนำสั่งสอนของพ่อแม่ และการที่ลูกหัดสังเกตเอาจากธรรมชาติหรือสังคมรอบๆ ตัว

             ส่วนประสบการณ์ เป็นสิ่งที่เกิดจากการฝึกหัดทำของลูกเอง อย่าให้ลูกกลัวความผิดพลาด เพราะความผิดพลาดนอกจากจะเป็นครูที่ดีแล้ว ยังเป็นบทเรียนที่หาซื้อไม่ได้ ไม่ว่าในตลาดวิชาใดๆ ในโลก ยิ่งผิดพลาดบ่อยๆ นั่นแหละ จะยิ่งทำให้ลูกเรายิ่งฉลาดและจะระมัดระวังยิ่งขึ้น ขออย่าได้ไปท้อใจเสียก่อน เพราะคนที่ทำอะไรไม่ผิดนั้น ก็คือคนที่ไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลย และคนที่ไม่ยอมทำอะไรเลยนั้น มันจะทำอะไรเป็นหรือ ?

             พ่อแม่ที่โง่เขลา มักจะหวังให้ทรัพย์เป็นมรดกแก่ลูก ส่วนพ่อแม่ที่ฉลาดหรือมีปัญญา ก็มักจะให้วิชาเป็นมรดกแก่ลูก โดยมีเหตุผล ดังนี้

             การให้ทรัพย์สมบัติเป็นมรดกแก่ลูก

             1. ทำให้ลูกไม่เห็นคุณค่าของเงิน นอกจากเขาจะใช้เงินอย่างไม่ประหยัด และไม่เป็นประโยชน์แล้วเขายังไม่มีปัญญาจะหาเงินมาเพิ่มเสียอีกด้วย พอหมดเงินก็หมดปัญญาที่จะหาเลี้ยงปากท้อง ถ้าเขาไม่มรดกอื่นที่จะผลาญจากพ่อแม่อีกเขาก็จะต้องหากินในทางพึ่งคนอื่นหรือจนตรอกเข้าจริงๆ ก็จะหากินในทางทุจริตเพราะเขาไม่มีความมั่นใจในฝีมือทางสัมมาชีพ

             2. ลูกจะไม่เกิดความพยายาม เพราะหวังพึ่งมรดกจากพ่อแม่ ไม่คิดที่จะพึ่งตนเอง แม้จะพยายามพึ่งตนเอง แต่พอเห็นงานหนัก หรือเหนื่อยหน่อยก็ท้อถอยเสียแล้ว พ่อแม่ที่เก็บทรัพย์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกนั้นจะทำให้ลูกอ่อนแอ เลี้ยงไม่รู้จักโต จะเป็นคนหนักก็ไม่เอาเบาก็ไม่สู้ อันเกิดจากพ่อแม่คอยถนอมมาแต่เล็ก

             3. ทรัพย์สมบัติวัตถุต่างๆ เป็นของไม่แน่นอน แม้ลูกจะรู้จักเก็บและรู้จักใช้จ่ายอย่างดี มันก็ยังไม่ปลอดภัย ขึ้นชื่อว่าวัตถุทุกชนิด ไม่มีอะไรจะปลอดภัยแม้ร่างกายของเราเองก็ยังไว้ใจไม่ได้ ว่ามันจะพิการเจ็บไข้หรือแตกดับในวันไหน ? ยิ่งคนที่ไม่ได้หาทรัพย์มากับมือของตนเอง ก็ยิ่งจะประมาทได้ง่าย เผลอใช้ไม่ระวัง วันหนึ่งก็อาจหมดโดยไม่ทันรู้ตัว แต่ถ้าคนที่หาทรัพย์มาด้วยตัวเองก่อนใช้ก็ย่อมจะคิดหลายชั้น ทรัพย์สินจึงหมดยากหรือแม้หมดไปเขาก็จะหามาเพิ่มได้ไม่ยากเลย ก็คนมันเคยหามาเองกับมืออยู่แล้ว

             4. ทรัพย์สมบัติเป็นของกลางๆ ไม่ดีไม่ชั่วและไม่อาจจะทำให้คนดีหรือคนชั่วได้ ถ้าคนชั่วก็ย่อมจะใช้เงินไปในทางทำลายตนเอง ถ้าคนดีก็ย่อมจะใช้เงินให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุดเท่าที่ทรัพย์จะอำนวยให้ได้

             5. ลูกที่ร่ำรวยมาด้วยทรัพย์สมบัติของพ่อแม่นั้น ลูกจะไม่เกิดความภูมิใจและจะไม่มีความมั่นใจในตนเอง เพราะไม่เกิดจากสติปัญญาหรือความรู้ความสามารถของตนเอง และคนทั่วไปก็ย่อมจะไม่ยกย่อง อีกประการหนึ่ง ถ้าเป็นลูกโง่ (บางคน) เขาก็อาจจะเก็บทรัพย์ไว้บูชา ไม่ยอมใช้ง่ายให้เกิดประโยชน์อันใด แถมจะก่ออันตรายแก่ตนเสียด้วย

             การให้วิชาเป็นมรดกแก่ลูก

             1. ทำให้ลูกต้องใช้วิชาหาเงินจนสุดความสามารถ ถ้าเขามีความรู้ดี แล้วยังหาเลี้ยงตัวเองหรือครอบครัวไม่ได้ ยังต้องพึ่งพ่อแม่อยู่อีก วิชาความรู้ของเขาก็ไร้ค่า แสดงว่าเขายังมีความบกพร่องในส่วนอื่นๆ อยู่เช่น ขาดความเพียร ขาดความอดทน ขาดสัจจะ และขาดปัญญา เป็นต้น

              2. การให้วิชาแก่ลูก ควรแนะแนวให้ลูกเรียนวิชาที่จะพึ่งตัวเองได้ ไม่ควรให้ลูกฝากชีวิตไว้กับราชการหรือบริษัท แต่ควรที่จะให้เรียนหรือฝึกให้ลูกสร้างงานขึ้นมาได้เอง ในโลกนี้ยังมีงานที่คนยังไม่คิดและไม่ทำกันอีกมากมาย เหตุใดจึงจะไปคิดแย่งงานที่เขามีอยู่ก่อนแล้ว ขอให้มั่นใจเถิดว่า มีคนที่ไหนงานก็ย่อมจะต้องมีอยู่ที่นั่น ขอให้ใช้ “วิมังสา” หรือ “ปัญญา” เถิด แล้วงานมันจะออกมาจากสมองเองแหละอย่าคิดไปเที่ยวแย่งงานคนอื่นเขาอยู่เลย

             3. การที่พ่อแม่ให้วิชาแก่ลูกแล้ว ลูกก็ยังไม่รู้ว่าจะหางานอะไรทำดี หรือหางานทำไม่ได้ก็ควรปล่อยให้เขาอดตายเสียเถิด จงดูแต่พ่อแม่สวนใหญ่สิปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพไม่ต้องพูดถึงบางคนจบแค่ ป.4 หรือไม่ได้ ป. เลย เขายังสร้างงานเป็นล้านร้อยล้านหรือพันล้านได้ ในเมืองไทยก็มีตัวอย่างอยู่แล้วมากมาย ก็ในเมื่อลูกเราเรียนจนได้ปริญญา บางคนได้ถึงปริญญาเอก ถ้าเขายังเลี้ยงตัวไม่รอด ก็ควรจะปล่อยให้เขาอดตายเสียเถิด อย่าได้ไปสงสารหรือช่วยเหลือเขาเลย อายตาแป๊ะขายเต้าฮวยเปล่าๆ !

             4. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่ไม่วิบัติ ส่วนทรัพย์สมบัติมีทางวิบัติได้ง่าย แต่วิชาไม่มีการวิบัติแน่ และใช้ไม่รู้จักหมดด้วย การให้วิชาแก่ลูกจึงดีกว่าการให้อะไรทั้งหมด แต่วิชาจะวิเศษก็ควรจะต้องมีธรรมะกำกับด้วย

             5. การให้วิชาเป็นการท้าทายความสามารถของลูกที่ดี ถ้าเขาสามารถใช้วิชาเลี้ยงตัวได้ เลี้ยงครอบครัวหรือพ่อแม่ได้ด้วยก็วิเศษ ถ้าเขาไม่อาจจะเลี้ยงตัวเองและผู้อื่นได้ แม้เราจะให้สมบัติเขาก็ย่อมจะรักษาไว้ไม่ได้ สรุปแล้วเป็นอันยุติว่า การให้วิชาความรู้ย่อมดีกว่าการให้ทรัพย์สมบัติแก่ลูก ชนิดไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้เลย


การกวดขันบังคับลูกเกินไป ก็จะทำให้ลูกเครียด
การปล่อยตามใจลูกเกินไป ก็จะทำให้ลูกขี้เกียจ

 

ย้อนกลับ

หน้าถัดไป