๑,๐๐๐ ชั่วโมงนายเรืออากาศ
เมื่อสามปีที่แล้วผมยังจำได้ติดตาว่า ครั้งหนึ่งผมเคยได้มีโอกาสใส่ชุดนักเรียนมัธยมมาเหยียบโรงเรียนนายเรืออากาศแห่งนี้ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของเด็กผู้ชายหลายหมื่นคนรวมทั้งตัวผมด้วย จนกระทั่งความฝันของผมเป็นจริงเมื่อผมมีชื่ออยู่ในหนึ่งร้อยคนที่สอบติดเข้ามาเป็น นตท. ในส่วนของกองทัพอากาศ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าโรงเรียนนายเรืออากาศคืออนาคตของผม ตลอดสามปีในโรงเรียนเตรียมทหาร ผมเคารพและชื่นชมพี่ๆนายเรืออากาศมาก ในใจก็คิดว่าสักวันนึงเราก็จะต้องเป็นอย่างพี่ๆเหล่านั้น เช้าวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ ความฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อวินาทีแรกในโรงเรียนนายเรืออากาศของผมก้าวเข้ามา
ในวันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วเรืออากาศนั้นผมยังไม่เจอพี่ๆเรืออากากาศเลย มีแต่ผู้หมวดกับผู้พันเท่านั้นที่รับผมขึ้นเหล่า และท่านก็ได้สอนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ ในวันรุ่งขึ้นก็เป็นวันทำสัญญาของผม พ่อและแม่ของผมก็มาทั้งคู่และได้ขึ้นไปบนโรงนอนไปสภาพความเป็นอยู่ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในเย็นวันนั้นเอง พี่ๆนักเรียนบังคับบัญชาก็กลับมาจากการดูงานต่างประเทศ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นอันแท้จริงของ ๑,๐๐๐ ชั่วโมงนายเรืออากาศ ตลอดระยะเวลาแปดวันที่ได้อยู่กับหัวหน้าก่อนที่จะเข้าป่านั้นหัวหน้าทุกคนก็เริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณีทางทหารของทหารอากาศ ซึ่งมีความแตกต่างกับเตรียมทหารอยู่บ้างรวมทั้งเตรียมร่างกายในการฝึกภาคสนามให้พวกผม นั่นก็คือชีวิตนักเรียนใหม่ที่จะต้องเผชิญกับความลำบากทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีการปรับปรุงวินัย และความคิดว่าในตอนนี้เราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ฝึกในการปฏิบัติตามคำสั่ง เป็นนักเรียนที่อาวุโสน้อยที่สุดในโรงเรียน และพวกผมก็ได้ใช้มันในการฝึกภาคสนามสามชั้นปีในสัปดาห์ต่อ สำหรับในช่วงการฝึกนั้นผมต้องใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชั้นปีที่สองและสาม ยิ่งในช่วงเข้าปัญหาเจ็ดสิบสองชั่วโมง ผมได้รับหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง นอกเหนือจากความรู้ทางทหารนั่นก็คือความเป็นพี่เป็นน้องความเสียสละของพวกพี่ๆ ทำให้เกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และผมก็คิดว่าในปีต่อๆไปผมจะต้องดูแลรุ่นน้องให้ดีเช่นนี้อีก แต่ตอนนี้เราก็ต้องทำหน้าที่ของตนในการเป็นผู้ตามที่ดี เมื่อฝึกภาคสนามเสร็จพวกผมก็ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในรั้วเรืออากาศอีกประมาณครึ่งเดือนก็จะเป็นวันปล่อยพักบ้านครั้งแรก เพราะนั่นเป็นวันที่พวกผมและเพื่อนๆรอคอย เพื่อไปพบหน้าพ่อแม่ระหว่างนั้นผมก็ต้องพบเจอกับความยากลำบากหลายๆอย่าง ซึ่งนั่นคือบทพิสูจน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของผม ในแต่ละวันผมก็ต้องออกกำลังกายตั้งแต่เช้าในเวลา ๐๕๓๐จนกระทั่ง ๐๖๑๐ ก็ทำภารกิจส่วนตัว เช่น อาบน้ำ แต่งตัว รวมไปถึงการซักเสื้อผ้า ในการทำภารกิจส่วนตัวนั้นเราจะต้องทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เพราะเรามีเวลาจำกัดเนื่องจากเราทำงานเป็นวินาที ต้องทำอะไรให้รวดเร็ว รวมไปถึงการรับประทานอาหาร และหลังออกจากป่ามาไม่นานผมก็ได้เข้าเรียนในกองการศึกษา ทำให้ผมมีความตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากนั้นสองวันผมก็ได้มีโอกาสไปทำการคุมสอบของนักเรียนที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ และจุดนี้ทำให้ผมเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อไปถึงสถานที่สอบแล้วผมเห็นแววตาสีหน้าของรุ่นน้องที่จะก้าวเข้ามาในรุ่นต่อไป ทำให้ผมหายเหนื่อยไปเลยทีเดียว และคิดว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง ๑๒ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นวันกำหนดปล่อยผมพักบ้านตามตาราง ซึ่งหลายวันก่อนน่านี้ พวกหัวหน้าทุกคนก็พร่ำสอนการปฏิบัติภายนอกโรงเรียน รวมทั้งการให้ความหวังกับพวกผมว่าจะปล่อยก่อนกำหนดหรือเรียกว่าการปล่อยหลอก เป็นการทดสอบกำลังใจอย่างหนึ่งว่าเราจะยอมรับกับความผิดหวังในสิ่งที่เราหวังไว้ได้หรือไม่ เพราะในอนาคตเราจะต้องเจอแน่นอน เช้าวันที่ ๑๒ เวลา ๐๕๐๐ หัวหน้าก็ปลุกพวกผมลงมาวิ่ง ซึ่งใช้เวลาวิ่งประมาณ ๒ ชั่วโมง รอบโรงเรียนสิบรอบ เป็นบทพิสูจน์ว่าเรามีความพัฒนาขึ้นในด้านร่างกาย รวมถึงความสามัคคีภายในรุ่นที่จะพาเพื่อนๆทุกคนวิ่งให้ครบรอบที่กำหนดไว้และทุกคนก็ผ่านจุดนั้นมาได้ พร้อมทั้งรอเวลาที่จะปล่อยพักบ้านเวลา ๐๙๐๐ ก้าวแรกที่เดินออกจากโรงเรียนความรู้สึกของผมมันบอกไม่ถูก ยิ่งได้เห็นหน้าพ่อแม่ยิ่งทำให้เกิดความดีใจเป็นอย่างมาก ว่าเราสามารถผ่านบททดสอบของโรงเรียนนายเรืออากาศมาแล้ว ๑,๐๐๐ ชั่วโมง
ตลอดระยะเวลา ๑,๐๐๐ ชั่วโมงในรั้วเรืออากาศ ตัวผมได้รับอะไรหลายๆอย่าง มีความรู้เกี่ยวกับทหารอากาศมากขึ้น ผ่านความยากลำบากความผิดหวัง เราจะต้องใช้ชีวิตเอง พึ่งตัวเองและยังต้องนึกถึงเพื่อนข้างๆ นั่นทำให้เกิดความสามัคคี เห็นความเสียสละของรุ่นพี่ที่มีให้รุ่นน้อง ทำให้ผมมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นการปลูกฝังให้ผมมีความเป็นทหารอาชีพ มีความเป็นทหารมีภาวะจิตใจ สภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และสมกับกำที่ว่าฉลาด สง่า เท่ห์ ผมจะนำสิ่งต่างๆที่ผมได้รับมา ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีมาพิจารณาเพื่อนำไปใช้ต่อไปในอนาคต
นนอ.สุรเมธ อินทนิล